จากความฝันในวัยเด็กของเด็กไทยหลายๆคนฝันว่า โตขึ้นจะต้องมี BMW ป้ายแดงเป็นของตนเองให้ได้ เพราะมันจะมีภาพติดตราว่า BMW เป็นรถสปอร์ต ที่ขับแล้วต้องหล่อ เท่ห์สุดๆ ปฏิเสธไม่ได้เลย และ ณ ปัจจุบัน ราคาของ BMW ใหม่หลายๆ รุ่น มีราคาแพงกว่ารถญีปุ่น D-segment แบบ Accord, Camry แบบเพิ่มเงินไม่เยอะ หรือถ้าจะขับ D-segment ญีุปุ่น เก็บเงินเพิ่มอีกนิด เพื่อไปคว้าความฝันวัยเด็กเลยดีกว่า ในขณะเดียวกันรถ BMW มือสองปีใหม่ๆนั้นมีราคาที่เอื้อมถึงได้ ในราคาพอๆกับ รถญีุปุ่น D-segment ป้ายแดง แถมยังมี BSI เหลืออีก 2-3 ปี ให้อุ่นใจว่าถ้ารถมีปัญหาก็ยังเคลม ซ่อม ฟรี เรามีหน้าที่ใช้ และผ่อน จนกว่าจะหมด BSI (ไมล์ 100,000 กม. หรือ 5 ปี, อาจจะมีเงื่อนไขที่แตกต่างได้ เช่น ฺBSI 3 ปี หรือ 6 ปี แล้วแต่คัน)
เนื่องจากแอดมินเป็นคนชอบรถตั้งแต่เด็ก ของเล่นชิ้นแรกในตอนเด็กคือรถเต่าคันเล็ก เอาจริงๆ แล้วฝันที่ยิ่งใหญ่ของแอดมินในวัยเด็ก ก็คือ ต้องเรียนจบตรีวิศวยานยนต์ แล้วต่อโทวิศวะ สาขาเดียวกันที่เยอรมัน ทำงานที่บริษัทรถยนต์เยอรมัน และมีรถที่ฝันไว้ในวัยเด็กที่แปะไว้ที่ฝาผนังห้องนอน เต็มไปหมด แต่รถที่ฝันไว้หลักๆ จะมีแค่ 3 คันนี้ คือ รถ Porsche 911 Badboy, Lamborghini Countach, Ferrari testarossa หลายคนที่ไม่ได้ชอบรถอาจนึกไม่ออก แต่เชื่อว่าพอเห็นรูปรถ ต้องร้องอ๋อแน่ๆ เพราะเวลาไปเดินตามตลาดนัด จะเจอรูปรถพวกนี้ขายเต็มไปหมด ไม่เชื่อลองดูรูปรถต่อไปนี้
Porsche 911 Badboy
Lamborghini Countach
Ferrari testarossa
ซึ่งตอนนี้แอดมินก็มีมาจอดที่บ้านครบทั้ง 3 คันที่ฝันไว้เลย แต่เป็นโมเดลรถแทนนะครับ แหม่ก็อย่างที่ทราบๆกันว่า การมีรถ Super Car สักคัน ต้องใช้เงินเป็นสิบ ยี่สิบล้าน ต่อให้มีเงินถึงซื้อได้ก็เสียดายเงิน แถมราคารถในฝันเหล่านี้ ปัจจุบันก็เป็นรถสะสมที่ราคาแพงยิ่งกว่าตอนป้ายแดงซะอีกถ้าสภาพดีๆ ไหนจะค่าบำรุงรักษาอีก สรุปพับความฝันใหญ่ขนาดนี้ไปก่อนแล้วกัน รอให้มีเงินเหลือเป็นถุงเป็นถังก่อนค่อยสนองความฝัน จริงๆ รีวิวก่อนหน้านี้ที่แอดมินไปสัมผัสรถ Super Car อย่าง Ferrari 499 GTB หรือ Lamborghini Huracan กันในสนามก็ถือเป็นการสนองความฝันส่วนนึงเหมือนกัน ก็ยังรู้สึกประทับใจจนถึงวันนี้ แม้จะผ่านมา 3-4 เดือนแล้วก็ตาม สิ่งของบางอย่างประสบการณ์ที่เกี่ยวกับมันก็อาจมีค่ามากกว่าการครอบครองก็ได้นะครับ
เราก็วกกลับมาที่ฝันที่เล็กลงนิดนึงเอาจริงๆ ก็เล็กลงเยอะเลย ในตอนเด็กนั้น รถบังคับที่แอดมิน มีคันแรกก็เป็น BMW Series 8 เนี่ยแหละครับ
ปัจจุบันนี้รถบังคับคันนี้ก็ยังอยู่และจอดโชว์อยู่ในตู้รถ ซึ่งก็เป็นรถรุ่นนึงที่ผมชอบมาก จนทำให้ฝันเล็กๆอีกอันนึงของผม พอโตขึ้นมาหน่อย เวลาเห็น BMW E30 สวยๆ แอดมินยิ่งมองก็ยิ่งชอบ จึงฝันไว้ว่าต้องมี BMW ป้ายแดงเป็นของตัวเองให้ได้
เพื่อที่จะทำชีวิตให้เป็นตามที่ฝันไว้ ผมก็พยายามตั้งใจเรียน จบปริญญาตรีสาขาวิศวกรรมเครื่องกล ฝึกงานในบริษัทรถยนต์เยอรมัน และ ทำงานในบริษัทสายน้ำมัน ทำสักพักนึง ก็หันเหมาทำงานที่บริษัทรถยนต์ญี่ปุ่นเจ้าใหญ่ในไทย จริงๆ แล้ว ฝันอีกอย่างนึงของผม อยากเป็นนักทดสอบรถ และรีวิวรถ (แต่ช่วงที่ทำงานอยู่บริษัทรถยนต์ คงทำแบบนั้นไม่ได้ เพราะผมถือว่าเป็นจรรยาบรรณอย่างนึงในอาชีพ) พอสะสมประสบการณ์ด้านรถยนต์มาประมาณนึงก็ลาออก มาหาฝันใหม่ และมีเวลาพอที่จะมาทำเพจทดสอบ และรีวิวรถเล็กๆ อย่าง DriveMater ซึ่งจริงๆแล้วที่ทำเพจนนี้ ก็เพื่อต้องการแชร์ประสบการณ์กันมากกว่า ไม่ได้ทำออกมาเพื่อเน้นประโยชน์ทางการค้าแต่อย่างใด อยากทำเป็น Hobby อย่างนึง ในช่วงวัยทำงาน แอดมินก็ตั้งใจทำงาน จนสามารถทำฝันให้เป็นจริงได้ตอนอายุ 33 ปี ในการที่จะมีเงินพอที่จะซื้อ BMW ป้ายแดงเป็นของตัวเองสักคัน แม้จะเป็นรถ BMW รุ่นที่ไม่แพงมาก แต่ก็เพราะไปลองขับรุ่นที่แพงๆ กว่านี้ แต่ดันไม่ขับสนุกเหมือนรุ่นที่ซื้อ ก็เลยตัดสินใจซื้อรุ่นนี้มา เพราะหลักการขับสนุกของแอดมินนั้น ไม่ได้อยู่ที่แรงม้า ต้องแรง แรงม้าเยอะเป็นหลัก แต่ขับสนุกของแอดมินก็คือ การควบคุม สมรรถนะ การเร่ง การเบรค การเข้าโค้ง ต้องรู้สึกเป็นส่วนใดส่วนนึงกับคนขับ ซึ่ง BMW รุ่นใหม่ๆบางรุ่นก็รู้สึกว่าไม่ได้อารมณ์นั้น ไม่ใช้ขับไม่สนุกนะครับ มันก็ขับสนุก แต่ไม่ได้ตรงใจ ตรงสไตล์การขับของแอดมิน เมื่อแอดมินได้เข้ามาสู่วังวนของ BMW ก็เลยมีประสบการณ์ต่อมาอีกเรื่อย เช่น
ในปี 2018 แอดมินก็ได้เข้าร่วมการอบรมการขับขี่ใน BMW Driving Experience ที่ Area 51 ซึ่งเป็นสนามลับของทาง BMW แต่จริงมันก็ไม่ถึงกับลับขนาดนั้น ใบ้ว่าเป็นสนามทดสอบของบริษัทยางรถยนต์เจ้าใหญ่ในไทยแถวสระบุรี ซึ่งในรอบนั้นรถที่ใช้ขับเป็น BMW 520d (G30) และ 430i ขับกันทั้งวัน ขับในแบบที่ไม่มีทางขับแบบนี้ได้บนถนน ถือเป็นประสบการณ์ที่เพิ่มศักยภาพในการขับรถได้เป็นอย่างดี ทั้งการเบรค การควบคุมรถเมื่อมีการเสียอาการ จับอาการรถ แอดมินถือว่าเป็นคอร์สที่ดีมากๆ คุ้มค่ากับเงินที่เสียไปทุกบาททุกสตางค์ ในรอบ Hot Lap แอดมินก็ฟลุ๊กๆ ได้อันดับที่ 2 มาได้ ดีใจสุดๆ สามารถติดตามรายละเอียดคอร์สได้ตามลิ้งด้านล่างนี้
กลับมาเข้าเนื้อหาหลัก แอดมินหลงไปซะไกลเลย กิจกรรม BMW Product Experience เป็นกิจกรรมที่จัดขึ้นโดยทาง BMW Leasing เข้าใจถึง ความต้องการของลูกค้าที่สนใจในรถ BMW ส่วนใหญ่ชื่นชอบในสมรรถนะของรถ BMW เมื่อสนใจก็ได้เข้าไปทดลองรถที่ดีลเลอร์ แต่ส่วนใหญ่ที่เจอ คือขับรถออกจากโชว์รูม เจอรถติด วิ่งช้าๆ คลานๆ ไปกลับรถเข้ามาที่โชว์รูม ไม่ได้เข้าถึงสมรรถนะของรถ BMW ได้อย่างเพียงพอ จึงจัดกิจกรรมนี้ขึ้นเพื่อให้ลูกค้าได้มีโอกาสสัมผัสสมรรถนะกันเต็มที่ในสนามที่มีทีมงานคอยดูแลและควบคุมเพื่อความปลอดภัยเป็นอย่างดี ขับได้สุดกว่าวิ่งบนถนนแน่นอนเริ่มกิจกรรมด้วยการบรรยายของ Instructor ของ BMW ทีมีศักยภาพได้รับประกาศณีบัตรจาก BMW Driving Experience จากเยอรมันนี้ ซึ่งไม่ได้ผ่านหลักสูตรนี้กันง่ายๆ และกล่าวเปิดงานโดย คุณ Peter , ผู้บริหารของทาง BMW Leasing ซึ่งใจดี และคุยเป็นกันเองมากๆ ครับ ในการบรรยายก็จะอธิบายถึงระบบต่างๆ ในรถ BMW ที่มีหน้าที่ควบคุม และส่งผลต่อการขับขี่ โดยรถที่นำมาให้ทดลองขับในวันนั้น 330e , X3 , X4 , X5 และ 430i
การขับในสนามจะให้ผู้เข้าร่วมได้นั่งรถที่ Instructor ขับเพื่อดูเส้นทาง หรือ ไลน์ในสนามว่าขับยังไง เลี้ยวทางไหน เพื่อไม่ให้หลงในสนาม หลังจากนั้น ก็จะให้ทดลองขับในรุ่นที่ลูกค้าสนใจ ลูกค้าจะได้ขับในสนาม 3 รอบ
รอบแรก โหมด Comfort
รอบที่ 2 โหมด Sport
รอบที่ 3 โหมด Eco pro
ไลน์การขับก็ก็ เลี้ยวซ้ายเข้าสนาม ผ่านโค้งขวาองศาเยอะ สุดโค้งมาเจอทางตรง ก่อนจะเจอโค้งหักศอกทางซ้ายมือ แล้วต่อด้วยโค้งขวา แล้วก็โค้งซ้าย ทางตรง เลี้ยวซ้ายแล้วก็เบรคจนหยุดสนิทเพื่อทดสอบอัตราเร่งเต็มที่ทางตรง แล้วก็เบรคก่อนโค้งซ้าย สุดท้ายเป็นโค้งซ้าย ก่อนจบ 1 รอบ ตามที่แอดมินได้วาดรูปง่ายด้านล่างนี้
โดยส่วนใหญ่ รอบแรก ก็จะขับกันไม่เร็วมาก เพื่อดูอาการของรถ และดูไลน์ในสนาม จะเริ่มจัดกันในรอบที่ 2 และ ปิดท้ายในรอบที่ 3 ซึ่งแอดมินอาจจะเกร็งน้อยหน่อยเพราะเคยขับในสนามนี้มาแล้วตอนของ Suzuki Swift โดย HLM แต่ ไลน์ในสนามก็ต่างกันเยอะเลย แทบไปไม่เหมือนกันเลย
ส่วนความรู้สึกและสมรรถนะที่จาการทดลองขับ โดยจะแยกเป็นรุ่น ดังนี้
1. BMW X4
- รูปลักษณ์ทั่วไป ภายใน ภายนอก
รถคันที่ทดสอบเป็น SUV Coupe ท้ายลาด แต่มี 4 ประตูเมื่อนั่งอยู่ในตำแหน่งคนขับแล้วสูง ซึ่งแอดมินได้นั่งเบาะหลังตอนนั่งเพื่อดูลายสนาม เบาะนั่งสูงกว่ารถซีดานทั่วไป คงเป็นแบบรถ SUV ทั่วไปที่เหมือนนั่งบนเก้าอี้ แล้วหย่อนขา เหยียบคันเร่งมากกว่า ภายในมีกลิ่นไอของบีเอ็มยุคก่อน แบบ Series 1(F20) , Series 3 (F30) และ Seri่es 5(F10)ตัวเก่า คอนโซลหน้าจะดูคลาสสิคหน่อย จะไม่ค่อยมีปุ่มสีเงินๆ และจอ LED แบบภายในยุคใหม่ อย่าง Series 5(G30) ใหม่ที่ดูทันสมัยเข้ากับรถยุค 2018 หน่อย จอ I-drive ยังเป็นแบบฝังในคอนโซล ไม่เหมือนรุ่นใหม่ๆ ที่เป็นจอตั้งบนคอนโซล ซึ่งจุดนี้ มีทั้งคนชอบและไม่ชอบ แต่สำหรับความเห็นส่วนตัวแอดมินชอบแบบใหม่มากกว่า อาจจะเพราะใช้รถที่เป็นแบบเก่ามา 5 ปีแล้วก็เป็นได้ ส่วนพื้นที่ในการนั่งทั้งเบาะหน้าและเบาะหลัง มี Headroom และ Legroom ที่โอเคร ถ้าไม่นั่งเทียบกับ X3 เพราะ Headroom ของเบาะหลังจะอึดอัดนิดนึง แต่ก็ถือว่านั่งสบายทุกตำแหน่ง
ภายนอก เป็นลักษณะ รถ SUV ที่ยกสูงโย่งๆ จากล้อ 20" แต่ท้ายลาด ทำให้รถดูยาวกำลังดี ไม่สั้น หรือ ยาวเกินไป และสีภายนอกที่ผมมองว่าสวยสำหรับรุ่นนี้ ต้องสีแดง เด่นสุด เพราะในเมื่อเรามาขับรถสายแฟชั่นแบบ SUV Coupe แล้วต้องไปให้สุด แล้วหยุดที่ราคาขายต่อ ต้องทำใจนะครับ แต่ถ้าสีทั่วไป ก็ต้องสีดำ สีเทา
- สมรรถนะเครื่องยนต์ ช่างล่างและพวงมาลัย
เนื่องจากเป็นรถ BMW Gen ที่แล้ว ที่เน้นช่วงล่างคมๆ เฟิร์มๆ ทำให้การขับขี่ ยังมีอารมณ์สปอร์ต ขับสนุกแบบ BMW ชัดเจน รถมีการโคลงตัวกำลังดีเวลาเข้าโค้ง ช่วงล่างที่ดูแน่น หนึบ แต่เนื่องจากสนามเป็นทางเรียบ จึงไม่ค่อยรับรู้แรงสะเทือนจากล้อขนาดยักษ์ 20 นิ้ว ดังนั้นในจุดความสะเทือนแอดมินคงบอกอะไรไม่ได้ แต่ไม่ถึงกลับนิ่มมากๆแน่ๆ คงแน่นๆ หนึบๆ ส่วนของพวงมาลัยนั้น มีน้ำหนักและคมดีมาก เลี้ยวทางไหน ไปตามสั่ง อาจจะหนักไปสำหรับผญ หรือ คนที่ชินกับพวงมาลัยรถญีปุ่น แต่ขับสักพักก็จะชิน ส่วนผญก็แขนน่าจะกระชับกำลังดีเลย แต่การหักเลี้ยวในทางแคบ หรือโค้งแคบๆ ที่ต้องดูจุดที่กรวยอยู่ ก็มองได้ลำบากถือว่าเป็นปัญหาสำหรับรถที่สูง ที่มีทัศนวิสัยที่ดีในทางตรง และทัศนวิสัยที่แย่ในทางแคบๆ มองกระจกข้างไม่เห็นพื้นที่ล้อหนัก ส่วนการเข้าโค้งนี้ เนื่องจากคันนี้เป็น ขับ 4 Fulltime ในทางโค้งแคบๆแบบนี้ จะมีการจ่ายแรงไปที่ล้อหน้า 40% ล้อหลัง60% ทำให้เวลาขับเข้าโค้งแคบๆ จะรู้สึกแปลกของการถ่ายกำลังนิดนึง ซึ่งในการขับขี่ไม่มีอาการกระตุก หรือ อะไรให้เสียชื่อ BMW หรอกครับ แต่เวลาที่เลี้ยวหนักๆ จนเสียงยางร้องครบ 4 ล้อ จะรู้สึกหรืออาการดึงนิดๆ ที่พวงมาลัย ซึ่งแตกต่างจากรถขับหน้าทั่วไป และรถขับหลังที่แอดมินใช้อยู่ คิดว่าอาการนี้เป็นอาการของขับสี่ เมื่อเราเข้าโค้งแคบๆจัดๆ แล้วเร่งส่ง อาการนี้เคยเกิดกับแอดมินตอนทดสอบ Subaru WRX แต่ไม่เกิดกับ Audi TT ที่เป็นระบบขับสี่อีกแบบหนึ่ง มันอธิบายความรู้สึกยากนิดนึงครับ
อัตราเร่ง เนื่องจากคันนี้เป็นเครื่อง 20d เป็นเครื่องสหกรณ์ที่ BMW ใช้ในหลายๆ รุ่น ก็ตามที่คาด เมื่อมาอยู่ในรถ SUV ร่างใหญ่ ก็จะยังมีอัตราเร่งตอนออกตัวที่ดึงดีอยู่ตามนิสัยเครื่องดีเซล แต่พอลากรอบหน่อย แรงก็จะหายไปนิดๆ แต่ถ้าใช้งานปกติก็ถือได้ว่าเกินเพียวพอครับ แถมประหยัดน้ำมันดีด้วย
2. BMW X3
- รูปลักษณ์ทั่วไป ภายใน ภายนอก
ภายนอกเนื่องจากรุ่นนี้ ถือเป็น Gen ล่าสุดที่เพิ่งเปิดตัวไม่นาน แบบไส้กรอก 3 ขนาด คือ X1>>X3>>X5 หน้าตาคล้ายๆกัน แต่ขนาดต่างกันนั้นเอง ซึ่งถ้าคนที่ไม่ได้สนใจรถมากนัก คิดว่าแยกไม่ออกว่าเป็น Xอะไร หน้าตาภายนอกเป็น SUV จ๋าเลย ดูเป็นรถครอบครัวมากขึ้น ดูเหลี่ยมๆ แต่สันมนๆ
ภายในก็เป็นไปตามคาดเนื่องจากเป็น BMW Gen ใหม่ภายในย่อมหรู เริด แน่นอน ไม่เชื่อดูจากรูปได้เลยครับ (แอดมินไปเก็บรูปเพิ่มเติมที่โชว์รูม) (ขออภัยที่ BMW X4 ไม่ได้เก็บรูปเพิ่มเติม เนื่องจากรถขายหมดแล้ว คงจะเหลือแต่รถ demo เท่านั้น)
หน้าตาบุกบึนแบบ SUV กระจังใหญ่โต ไฟหน้าทรงแบบ BMW ใหม่ ไฟตัดหมอกแบบ LED แนวนอน
ไฟท้ายแบบใหม่ Full LED
เนื้องจากคันนี้เป็น M sport X line จึงได้ล้อแม็ก 19 นิ้ว สวยงามติดมากับรถเลย
ภายในของ BMW ยุคใหม่ที่ตบแต่งด้วยปุ่มสีเงินมากขึ้น เพื่อให้หรูหรา แข่งกับคู่แข่งได้ และไม่ลืมตบแต่งด้วยไฟ LED
ตบแต่งด้วยทริมสีเงินทั้งหมด ไม่ว่าคอนโซลกลาง พวงมาลัย หัวเกียร์ พร้อมจอ I-Drive Gen ใหม่ ที่สั่งการด้วยเสียง หรือ ท่าทางของมือได้
เบาะสีครีมน้ำตาล ช่วยขับให้ห้องโดยสารที่ใช้สีดำเป็นหลัก ดูหรูหราขึ้นมากมาย
หน้าปัทม์แสดงผลเป็นแบบ full TFT ทุกรายละเอียด
คอนโซลกลางที่อุดมไปด้วยทริมดำเงา (หรือ Piano black) ตามสมัยนิยม ที่เปรอะรอยนิ้วมือง่าย เป็นรอยง่าย เจ้่้าของรถต้องดูแลหน่อย และสีเงิน
จอ Display กลาง ขนาดใหญ่
หัวเกียร์ทรงใหม่, ปุ่ม I- drive ทางซ้าย, ปุ่มปรับโหมดทางขวา ถัดลงมาเป็นเซ็นเซอร์รอบคัน และปุ่มลงเนินอัตโนมัติ, ด้านล่างเป็นเบรคมือไฟฟ้า และปุ่ม Hold สำหรับไม่ต้องเหยียบเบรคขนาดติดไฟแดง
เบาะของตัว M sport จะเป็นเบาะทรงสวย ดูนั่งสบาย
ที่เก็บของใต้ที่เท้าแขนตรงกลาง
แผงประตูหน้า ปุ่มทั้งหมด ก็เป็นสีเงิน พร้อม แถบดำเงาด้านบน และหุ้มหนังสีครีมน้ำตาล สัมผัวนุ่ม
ประตูหลังก็เช่นกัน
เบาะหลังอาจจะแบนราบ ไม่ค่อยมีปีกเบาะ เวลานั่งเดินทางไกลอาจจะไม่ค่อยกระชับ แต่เป็นเพราะต้องการให้เบาะพับแล้วแบนราบ ตามหลักของรถเอนกประสงค์ ฐานเบาะไม่สั่นนั่งกำลังดี
พื้นที่เก็บของด้านหลังใหญ่เพียงพอ สำหรับรถเอนกประสงค์แบบนี้
จากหน้าตาและภาพรวมภายนอก ภายในแอดมินกับชอบ X3 > X4 เพราะไหนๆก็จะเป็น SUV แล้ว ก็เป็น SUV ให้สุด ตามความเอนกประสงค์ของมันดีกว่า- สมรรถนะเครื่องยนต์ ช่างล่างและพวงมาลัย
เนื่องจากเป็นรถ BMW Genใหม่ ที่ทำการปรับเพิ่มความนุ่ม นั่งสบายมากขึ้น ทำให้การขับขี่อาจจะรู้สึกแน่น เฟิร์มน้อยลง แต่สมรรถนะภาพรวมก็ยังดี เกาะเหมือนเดิม แค่อาจจะรู้สึกเบาๆ ลอยๆ ของช่วงล่างมากกว่า X4 หน่อย รวมทั้งพวงมาลัยที่เบาชัดเจน ทุกโหมด ไม่ว่าจะใช้โหมด Sport ก็ตาม แต่แต่ ก็ยังหนักว่าพวงมาลัยรถ ญป อยู่ดี และยังคมอยู่ดี จุดนี้ไม่ต้องห่วงสำหรับ X3 แอดมินชอบช่วงล่างแน่นๆ แบบ X4 > X3
อัตราเร่ง เนื่องจากคันนี้เป็นเครื่อง 20d เป็นเครื่องสหกรณ์ที่ BMW ใช้ในหลายๆ รุ่น แต่ก็เป็นตัวใหม่ที่มีการปรับปรุงสมรรถนะ จึงรู้สึกดึงกว่าที่อยู่ใน X4 ถึงแม้น้ำหนักของ X3 น่าจะหนักกว่าก็ตาม อัตตราเร่งดี รู้สึกดึงเหมือน Series 5 520d ที่เคยขับ เรื่องของอัตราเร่งชอบ X3> X4
3. BMW 430i
จากที่ก่อนหน้านี้ ได้ขับ 430i จนเต็มอิ่มในคอร์ศ BMW Driving Experience เทียบกับ Benz C250 coupe ตัวล่าสุดที่แอดมินเคยรีวิว 430i ก็เป็นรถที่ขับดี แต่ก็ไม่ได้ประทับใจมากนัก เมื่อเทียบกับ C250 coupe แต่มาครั้งนี้ พอได้ขับ 430i เดียวๆ 3 รอบ ความรู้สึกในครั้งที่แล้วก็เปลี่ยนไป หรือ อาจจะเป็นเพราะเพิ่งทดลองรถ SUV ทรงสูงแบบ X4 และ X3 เสร็จก็ได้ การขับขี่ในวันนั้นจึงรู้สึก ชอบใจในเสียงท่อไอเสีย ความคม และช่วงล่างที่เฟิร์มในการหักหลบกรวยในโค้งแคบๆนี้ ง่ายกว่า X4 และ X3 อย่างเห็นได้ชัดเจน รู้สึกมีช่องเหลือ มีมุมให้มุดเยอะ และในโค้งกว้างๆ เมื่อมีการใช้ความเร็วในโค้ง และเพิ่มน้ำหนักคันเร่งในโค้งเพื่อพยายาม ให้ท้ายออก จะรู้สึกถึงการโดนถีบจากด้านท้ายของตัวรถ ท้ายจะมีการออกกำลังงาม พร้อมรอบเครื่องยนต์ที่สูง เสียงท่อไอเสียที่เพราะกำลังดี ในรอบสูง และแรงบิดที่ดีมากขึ้นเรื่อยๆ ในรอบที่สูงขึ้น สร้างความรู้สึกฟินในอารมณ์แบบที่ BMW ควรจะเป็น นี้สิรถที่แอดมินต้องการ ทั้งสปอร์ต หล่อ แรง คูเป้ กระจกไร้ขอบ ขาดก็แค่เงินก็เท่านี้ 555 (แต่ไม่ว่ายังไงก็แล้วแต่ ความสนุกในการขับขี่ของรถที่แอดมินใช้ ก็รู้สึกทะมัดทะแมง คมและสนุกว่า 430i แม้แรงม้าจะหายกว่าเยอะ ยิ่งตอนนี้เปลี่ยนท่อแล้วเสียงท่อเพราะกว่า 430i เยอะ อิอิ)
4. BMW 330e
เนื่องจากคันนี้เป็นรถที่แอดมิน ไม่ได้ขับทดสอบในรอบนี้ แต่เป็นการนั่งใน Hot Lap ที่ทาง Instructor ขับให้นั่ง ซึ่งต้องสุด และฟินแน่นอน ในส่วนของแรงบิดที่รู้สึกนี้ มีการดึงมากกว่า 430i ในรอบต่ำ แต่น้อยกว่า X3 20d เล็กน้อย แต่ในโค้งนั่งแล้วจะรู้สึกเป็นกลาง ท้ายออกนิดๆ แม้จะมีแบตเตอร์รี่ขนาดใหญ่อยู่ท้ายรถ อาจเป็นเพราะทาง BMW ได้ทำรถรุ่นนี้มาเผื่อสำหรับการเป็น Plug in Hybrid ไว้ตั้งแต่แรก (สังเกตุจากการที่มีปล็๊กชาร์ตที่หลังซุ้มล้อหน้าด้านซ้ายได้ น่าจจะออกแบบตั้งแต่แรก)
5 BMW X3 X-line ในสนามออฟโรด
เนื่องจากวันก่อนที่แอดมินจะไปทดลองขับนั้น ได้มีฝนตกมาอย่างหนัก มากๆ จนทำให้สนามออฟโรดดินแดง มีสภาพสนามที่โหดมากๆ น้ำขัง ดิน โคลน เละเทะ แบบที่แอดมินเห็นแล้ว คิดว่า BMW X3 ผ่านไปไม่ได้แน่นอนโดยเฉพาะที่เป็นยางธรรมดาติดรถ สำหรับทางเรียบ จากสภาพสนามที่แย่มาก ทาง Instructor จึงต้องยกเลิกการให้ลูกค้าขับเองไป เพราะเนินที่ลงจากที่สูงก็เละเทะ กลัวคนที่ไม่เคยขับจะพารถตกเนินคว่ำไปแน่ แอดมินก็ได้มีโอกาสเป็นผู้โดยสาร โดยมี Instructor มืออาชีพขับทดสอบให้ดู
- จุดแรกเป็นเนินชันมาก ที่มองจากภายนอก ก็คิดว่า X3 ไม่มีทางขึ้นไปได้ หน้ารถต้องขูดกับเนินพังแน่นอน แต่จากการได้นั่งไป X3 ก็ผ่านการขึ้นเนินได้อย่างสบายๆ ไม่มีอะไรเสียหาย ไม่มีการลื่นจนขึ้นเนินไม่ได้ ค่อยคลานขึ้นไปเนียนๆ ล้อไม่ฟรีเลย แอดมินดูคันเร่งที่ Instructor กดก็กดเบาๆ ไม่ได้เร่งแรงๆ แต่อย่างใด ตอนลงเนินที่ชันมากก แถมทางเป็นทางลื่น เพียงแค่กดปุ่มระบบช่วยลงเนินข้างขวาของเกียร์ รถก็ลงเนินเองเนียน คนขับแค่จับพวงมาลัยให้ตรงเท่านั้น ง่ายแบบไม่น่าเชื่อเลย ต่อมาเป็นทางโคลนเชอะแชะ ที่มีถนนลื่นเป็นรอง รถขับ 2 ไม่มีทางผ่านได้แน่นอน คนขับก็แค่กดคันเร่งคงที่เบาๆ รถก็ผ่านไปได้อย่างสบายๆ ท้ายสะบัดนิดๆ และก็มาถึงจุดลุยน้ำขัง ประมาณ 30% ของความสูงล้อ ที่ด้านล่างเป็นดินโคลน X3 ก็ยังผ่านได้แบบสบายชิลๆ ทางที่ทดสอบนี้ ผมว่ารถกระบะขับ 2 วิ่งไม่รอดแน่นอน ต่อให้เป็นขับ 4 ก็อาจจะมีลุ้น ถ้ายังไม่มีระบบช่วยเพียงพอ แบบต้องใช้ฝีมือคนขับเอง
เมื่อจบการทดสอบทางออฟโรด กับ รถ BMW X-drive ก็สามารถพิสูจนได้ว่า ความสามารถของระบบขับสี่เหนือกว่าที่คิดไว้จริงๆ
จากการขับทดสอบหลายๆ ครั้ง กับ รถยนต์ BMW ทำให้แอดมิน เห็นภาพ และเข้าใจได้อย่างชัดเจน ว่าทำไมรถยนต์ BMW ถึงได้ถูกมองว่าเป็นรถที่มีสมรรถนะสูง เมื่อเทียบกับรถญีปุ่นทั่วไป จนเมื่อมาได้สัมผัสถึงจุดที่ใกล้เคียง ลิมิตของตัวรถ ก็รู้ว่า BMW เป็นรถที่มีสมรรถนะดี แอบซ่อนไว้ เหนือกว่าที่เราคิดไว้จริงๆ
สนใจติดตาม Drive Master Face Book Page ได้ทางลิ้ง :
ฝากกด Like กด Share กด Follow ในเพจ Facebook ด้วยนะครับ ขอบคุณครับ


























ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น